จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

11 ตุลาคม 2559

Chapter-3 "ดูบ้านดูเมือง"

นั่งพักกันหน้าอนามัยพอหายเมื่อย เดินไปชมบ้านเมืองกันดีกว่า
น้องเมี้ยกับจะไหมไปก่อนแล้วผมกับจะเราะห์เลยเดินเล่นไปช้าๆผมเอาไม้เท้าวางไว้ที่อนามัย ลองเดินด้วยขาเปล่าทางใกล้ๆคงไม่มีปัญหา
ถัดจากอนามัยไปติดรั้วอนามัย มีร้านค้าเล็กๆ ใต้ต้นกำชำใหญ่ ร่มรื่น หลังคาเป็นสังกะสี เสาเป็นไม้เก่าๆมีตุ่มมีตาเล็กน้อยส่วนหน้าร้านมีโต๊ะไม้แผ่นเก่าๆสามแผ่นเรียงกันตอกกับตะปูง่ายๆสูงประมาณเอวเราได้ มีร่องห่างกันเล็กน้อยพื้นไม้เรียบๆมีที่นั่งสามด้านที่นั่งยึดติดกับเสาตายตัว ระยะพอดีนั่งเราไม่เห็นคนเราก็เดินเลยไป
บ้านชาวบ้านส่วนมากจะเป็นบ้านใต้ถุนสูงมุงกระเบื้องกั้นไม้กระดาน มีบริเวณใต้ถุนบ้านเตียนโล่ง สะอาดสะอ้านไม่มีขยะใต้ถุนบ้านมีเปลญวนที่ทำจากเนื้ออวนลาก ตาข่ายเส้นใหญ่ๆ รวบผูกกับเชือกที่ปลายสองด้านเป็นที่นอนเล่นพักผ่อนเกือบทุกบ้าน
   มองไปทางซ้าบ หญิงชราอายุประมาณแปดสิบเก้าสิบปี นั่งอยู่ที่ขั้นบรรไดหน้าบ้าน บันไดขั้นบน มีเด็กสาวหน้าตาสดใสนั่งยุเหนือผู้เฒ่าพร้อมหวีอันสีชมพูสางผมให้หญิงชรา ยิ้มอย่างมีความสุข
   เดินไปอีกหน่อย ขวามือมีบ้านไม้ใต้ถุนสูงอีกหลัง มีแคร่ไม้ยุใต้ถุน บนแคร่กว้างนั้นหญิงวัยกลางคนนั่งผูกอวนตาข่ายสำหรับดักกุ้ง ทุ่นสีแดง กระทบกันกรุ้งกรั้ง ยามที่เธอสาวเชือกร้อยมันเข้ากับเนื้ออวน หล่อนเงยหน้ามามองคนแปลกหน้าที่เดินผ่าน "มาแต่ไหนกันเหลา"ถามเสียงดังๆแบบเป็นมิตร
   "พาหมอมาส่ง"น้องเมี้ย คนที่รู้จัก หมู่บ้านนี้มากที่สุด ตอบไปดังๆเช่นกัน
   "ฝากๆ แลๆให้ด้วยหนอ"จะไหมเอ่ยสมทบมาอีกคน
    ผมยิ้มๆ พลางดูมือที่เย็บอวนเป็นระวิงด้วยความชำนาญ
    ผ่านไปอีกหน่อย ซ้ายมือ เป็นร้านของขำในหมู่บ้าน โครงสร้างเป็นไม้กลมๆที่พอหาได้ในท้องถิ่น มุงสังกะสีและกั้นสังกะสี มีโต๊ะไม้ และเก้าอี้แผ่นไม้สองด้านวางด้านหน้า ในตัวอาคารมีชั้นวางของเป็นชั้นๆมีของกินของใช้ประจำวันวางขาย มีกระสอบข้าวสารวางอยู่ที่พื้นเป็นกระสอบๆ
    มีคนนั่งคุยกันอยู่ 2 - 3 คน
    "มาแต่ไหนกัน แวะนั่งก่อน นั่งก่อน"ชายสูงอายุท่าทางใจดียิ้มแย้มแจ่มใส ทักเสียงดัง สำเนียงคนอีสานมาอยู่ใต้ นานๆ จะมีสำเนียงปนกันทั้งใต้ กลาง อีสาน
     ผมแวะเข้าไปจับมือทักทาย ทีละคน น้องเมี้ย จะไหมและจะเราะห์ เดินเลยไปที่ร้านกาแฟถัดไป
   "ผมมาเป็นหมออนามัยที่นี่"ผมบอกทุกคน"ยังไม่เคยมาเลย มาครั้งแรกก็ได้อยู่นี่กับพี่น้อง มีอะไรขอคำแนะนำเยอะแยะ ตอนนี้เดินชมเมืองไปก่อน"
   "ที่นี่ไม่กว้างนัก เดินไปสุดแค่คลอง ก็หมดบ้านคน ทางเปลี่ยวๆพ้นต่อจากนั้นจะไปถึงอีกหย่อมบ้านหนึ่ง ไกลพอสมควร" ผมพยักหน้า แล้วบอก "ผมเดินไปต่อทั่วๆแล้วค่อยกลับมาแวะนะครับ"
   "เอาเลย เอาเลย" คนที่นั่ง บอก  ผมออกเดินต่อไปสมทบกัยทีมงาน ที่กำลังคุยเสียงดังกันอยู่ที่ร้านกาแฟ ดูๆเหนียวกวนสีน้ำตาลใส่ถุงแก้วจาน และถุงพลาสติกมีรอยเหนียว วางยุข้างจาน คงจะหลายอันแล้ว
    เราเดินไปจนสุดที่คลองเหมือนที่เขาบอก แล้วเดินวกกลับ พบคนแบกอวนขึ้นมาจาก ริมคลอง และเจอคนจูงควายขึ้นมาจากในคลอง ทุกอย่างอุดมสมบูรณ์ และเป็นชีวิตธรรมชาติ ง่ายๆ มีความสุข 
    บ้านเมือง ที่ผมจะมาเป็นหมออนามัย นี้ มีชื่อเรียกว่า "บ้านโล๊ะโป๊ะ"

05 สิงหาคม 2551

Charpter-2 "อนามัยในฝัน"

เรือลำน้อยแล่นเข้าเทียบท่าช้าๆ บังอีคนขับเรือยังไม่เคยเข้าที่ท่านี้เลยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่าเรือที่เกาะแห่งนั้น เป้นหาดทรายเล็กๆอยู่ในอ่าวที่เงียบสงบ มีบ้านเรือนตั้งอยู่ติดทะเลเป็นหลังๆ หันหลังบ้านออกทะเล มีระเบียงหลังบ้าน เป็นครัวและที่นั่งเล่น เรือเข้าเทียบท่าระหว่างบ้านมุงสังกะสีเสาโย้เย้หลังหนึ่ง ผู้หญิงกลางคนปล่อยผมยาวสยาย นุ่งผ้ากระโจมอก โผล่หน้าขึ้นมาดูจากรั้วสังกะสีผุๆเพราะไอนำเค็ม พอเห็นเป็นคนแปลกหน้าก็ผลุบหายเงียบไปเลย

มีกลุ่มคนชายหญิงสี่ห้าคนนั่งจับกลุ่มบนแคร่ไม้ใต้ต้นหูกวาง เหลียวมาดูแล้วหันไปซุบซิบออกความเห้นกันในกลุ่ม แล้วหันหน้ามาจ้องดูด้วยความสนใจ

เรือเทียบหาดสนิท พวกเราก็ทยอยกันลงมาจากเรือโดยมีบังอัดลงมาก่อนพร้อมดึงเชือกหัวเรือไว้อย่าให้ไถลไปตามแรงซัดของคลื่นเรือที่ตามหลังเรือมาติดๆโยกไปโยกมา จะร้อ ก็อุ้ยอ้ายลงมาจนได้ชายผ้าถุงถูกคลื่นซัดจนเปียกไปแถบหนึ่ง ต่างคนต่างช่วยขนของคนละไม้คนละมือ ส่วนมากจะเป็นเครื่องครัว หม้อ จวักถ้วยชาม หม้ออลูมิเนียม ตะเกียงนำมันก๊าด อ้อ มีกระทะด้ามยาวอีกอัน ผมสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กๆหนึ่งใบ กับกระเป๋าสี่เหลี่ยมสีดำ ข้างในเป็นยาและเวชภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็น และไม่ลืมไม้ยันรักแร้อันสำคัญ ที่ได้มาจากโรงพยาบาลพังงา คิดว่าถ้าเดินได้คล่องแล้วจะมอบให้สถานีอนามัยเลย ไม่ใช้มันอีกแล้ว

ผมเดินไปหากลุ่มคนที่นั่งอยู่ ยื่นมือให้เขาจับตามธรรมเนียมมุสลิมในท้องถิ่น ชายสูงอายุจับมือผมแล้วยกมือตัวเองไปแตะหน้าอกแสดงความเป็นมิตร
"มาจากไหนกันล่ะ" แกถามด้วยสำเนียงแปร่งๆ ด้วยความที่ผมไม่ชินกับสำเนียงคนที่นี่
"ผมเป็นหมอ ย้ายมาใหม่ มาอยู่ที่อนามัยที่นี่ครับ"ผมตอบแบบรวบรัดใจความ
"อ้อ ดีจริง อนามัยเราร้างมาหลายปี ทีนี้มีหมอมาแล้ว น่าจะเปป็นที่พึ่งได้นะ"
"มาแต่ไหนกันละ ลูกบ่าวหมอ" หญิงสูงอายุที่นั่งอยู่ข้างๆถาม พลางเช็ดน้ำหมากที่ไหลลงทางร่องมุมปากด้วยฝ่ามือ มันยิ่งเลอะไปใหญ่ ผมยิ้มให้แก บอกว่ามาจากพังงา ไม่ได้แจงรายละเอียดให้มากนัก
"แล้วอนามัยอยู่ไกลจากนี่มั้ยละ ป๊ะ" ผมใช้สรรพนามแทนผู้ชายสูงอายุว่า ป๊ะ ซึ่งหมายถึงพ่อ
ชายกลางคนอีกคนหนึ่งรีบตอบ
"ไม่ไกลหรอก เดินจากหัวท่าไปทางตรงๆ จะผ่านโรงพักร้างแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านโรงเรียนไปก็ถึงอนามัยแล้ว"
พูดพลางทำไม้ทำมือเป็นหัวโค้งเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเรียบร้อย ผมก็เข้าใจทันที เพราะมันมีไปตรง กับเลี้ยวซ้ายเท่านั้นเองนี่นา

ผมรีบบอกให้คณะรีบมารวมกันแล้วเดินไปตามทางที่เจ้าของท้องที่บอก เหมือนจริงดังบอกไว้เดินขึ้นไปตามทางที่มีป่าละเมาะสองข้างขนาดท่วมหัวเหลือๆ ไปตามช่องทาง เขาเรียกช่องฝาแฝดน่าจะมาจากป่าสองข้างทางที่รกทะมึนดูแล้วเป็นฝาสองข้าง ตามชื่อ เดินไปประมาณสามร้อยเมตรก็เห็นโรงพักร้างอยู่ทางขวามือ เงียบวังเวง วิเวกโหวง เคยเป็นโรงพักประจำตำบล แต่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปอยู่หลายปีแล้ว สภาพทรุดโทรมบันไดทางขึ้นราวโย้เย้าจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ ขนะที่บันไดสองขั้นล่างสุดหลุดหายไปเรียบร้อยแล้ว เสาธงไม่มี ด้านหน้าโรงพักมีสภาพสนามกว้างตามแบบราชการทั่วไปแต่ตอนนี้รกด้วยหญ้าคาสูงเท่าคน ตรงที่ว่างเห็นมีมะพร้าวผ่าซีกทั้งเปลือกวางหงานตากแดดอยู่หลายสิบลูก คงจะมีคนทำมะพร้าวแห้ง

เดินมาอีกห้าสิบเมตรมีทางเป็นถนนลำลองผิวจราจรเป็นทรายละเอียดบ้างลูกรังบ้าง กอหญ้าบ้างมีรอยรถวิ่งอยู่ไม่น้อย เราเดินตามทางไปทางซ้ายผ่านหน้าโรงเรียนหลังเล็กๆ มีห้องเรียนประมาณหกห้องตั้งอยู่บนเนินเด่นตา สนามหญ้าสลับกับทรายละเอียดกว้างพอสมควร เดินผ่านไปก็เห็นสถานีอนามัย

อาคารไม้ยกสูงจากพื้นประมาณหนึ่งเมตร มีระเบียงขนาด สองคูนสามเมตรมีที่นั่งอยู่ข้างระเบียงแบบที่นั่งรับลมชายทะเลอะไรทำนองนั้น ทำเป็นสองมุมซ้ายขวา ตรงกลางมีโต๊ะทำงานและเก้อี้ไม้ตัวหนึ่งเป็น โอพีดีคนยาก ได้ความรู้สึกดีจริงๆ ด้านหน้าอาคารมีเสาไม้เคี่ยมต้นคดๆต้นหนึ่งสูงราวหกเจ็ดเมตร น่าจะเป็นเสาธงเพราะตั้งเด่นอยู่หน้าอาคาร แต่เชือกก็ไม่มี

เราทั้งหลายวางสัมพาระลงหน้าอาคารแล้วพากันเดินขึ้นบนระเบียงนั่งพักกันตรงนั้น ผมเดินไปดูห้องทำงานมีสองห้องห้องหนึ่งปิดกุญแจแน่น อีกห้องหนึ่งมีสายยูกุญแจเปล่าๆผมเปิดเข้าไปก็เห็นโต๊ะทำงานเห็นตู้เอกสาร อืม ครบถ้วนเหมือนกันแฮะเพียงแต่ไม่มีเอกสารเท่านั้นเอง ต้านข้างประตูที่จะเปิดออกไปหน้าระเบียงเป็นประตูแขวนแบบที่เปิดออกแล้วเอาไม้ยันเอาไว้ ก็จะกลายเป็นเคาเตอร์ทำบัตรผู้ป่วยอย่างดี โอ้โฮได้อารมณ์วัยรุ่นอีกแล้วท่านผู้อ่าน ที่ริมผนังด้านที่เป็นลูกเซ็นไม้ขวางอยู่มีตะเกียงน้ำมะนก๊าดที่ขาตั้งหลุดไปแล้วดวงหนึ่งมีสนิมเกาะพอเป็นพิธี กับขวดแม่โขงใสมีน้ำสีฟ้าๆอยู่ข้างในครึ่งขวดน่าจะเป็นน้ำมันก๊าด ไว้จุดตะเกียง

เรานั่งชมบรรยากาศสถานีอนามัยเกาะแห่งนั้นอยู่ตั้งนาน จะร้อหันมามองผมยิ้มๆ น้องเมี้ยแซวผมทันที
"เป็นไงบ้างละหมอ อนามัยในฝัน"
"เนี่ยแหละที่ต้องการ ได้ดังใจจริงๆ พี่น้องเอ๋อ"ผมตอบอย่างสนุกสนาน ก็มันได้อารมณ์วัยรุ่นอย่างกระผมเสียจริงนี่ครับท่านผู้อ่าน อยู่ที่นี่น่าจะมีความสุขและสนุกกับการทำงานจริงๆตามฝันเสียที วันนี้เข้าที่พักแล้วจะได้ออกเยี่ยมทำความรู้จัก กับพี่น้องประชาชนเสียที

ผมเหลียวหาที่พัก เอ แล้วบ้านพักอยู่ไหน ผมก้าวลงไปดูรอบๆอาคาร บริเวณเต็มไปด้วยหญ้าคา หญ้าขี้ไก่ดอกขาว แล้วบ้านพักอยู่ไหน แล้วตูจะนอนไหนวะเนี่ย

31 กรกฎาคม 2551

Charpter-1 "เกาะแห่งนั้น"

ปฐมบท: เป็นมาและเป็นไป

เรือหางยาวหัวโทงขนาดสิบเจ็ดกงเครื่องยันมาร์ หกแรงม้า ภายในลำบรรทุกผู้โดยสารทั้งหญิงชายหกคนรวมชายร่างกำยำมะขามข้อเดียวที่เป็นคนถือหางเครื่อง ออกจากท่าสะพานยาวไปทางทิศใต้ บ่ายหัวเรือไปทางเกาะแห่งนั้น

ขออภัยท่านผู้อ่านที่ต้องแนะนำคนทั้งหกคนในเรือ เพราะนั่นคือตัวหลักสำคัญในการที่ให้ผมได้ไปสู่เกาะแห่งนั้น ทำไมละหรือ เพราะว่าตอนนั้นผมยังเจ็บเข่าอยู่ยังต้องถือไม้คำยันรักแร้อยู่เลย แต่ด้วยภาระรับผิดชอบและความมุ่งมั่นไฟแรง จึงยอมที่จะไปรับงานที่เกาะแห่งนั้นด้วยความกระตือรือร้นทั้งที่ยังเจ็บ
คนแรกที่แนะนำ ตอนนี้นั่งอยู่ตรงกลางเรือมือจับลูกกล้วยเรืออย่างแข็งแรงเพราะกลัวคลื่นคือ"จะร้อ" จะร้อเป็นพี่สะใภ้ผม เป็นภรรยาของคนถือหางเครื่องเรืออยู่ตอนนี้ จะร้อเป็นคนใจดีพูดเพราะเป็นคนที่คอยให้กำลังใจผมตลอดเวลา เพราะตระกูลผมไม่มีลูกผู้หญิงเลย จะร้อจึงเหมือนพี่สาวแท้ๆของผมที่รักและนับถืออย่างจริงใจ

คนต่อมานั่งใกล้ๆกันแต่คุยไม่หยุดอารมณ์ดีตลอด"น้องเมี้ย"อายุมากกว่าผมแต่ผมถูกมะสอนให้เรียกน้องเพราะนับตามสายญาติแล้วผมมีศักดิ์เป็นพี่ น้องเมี้ยจะคอยดูแลผมตั้งแต่เด็กเพราะเราอยู่บ้านใกล้กัน เป็นคนดูแลจัดการให้ผมทุกอย่าง ถ้าเป็นดาราคงเรียกว่าผู้จัดการส่วนตัว
คนที่นั่งถัดไปเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงผม ขอตามมาด้วยเพื่อดูว่าผมจะอยู่อย่างสดวกสบายมั้ยจะได้หมดห่วง คนนี้ผมเรียก"จ๊ะไหม"

คนที่นั่งหัวสุดเป็นพี่ชายคนรอง"บังอัด"ไม่ค่อยพูดยิ้มอย่างเดียวใจดีมากจนภรรยาของแกตั้งฉายาให้ว่า"โต๊ะเย็น"คือเป็นคนเยือกเย็นจนบางครั้งคล้ายทองไม่รู้ร้อน

คนที่ถือหางเรือ"บังอี"เป็นคนที่น่าเคารพอย่างยิ่ง เป็นพี่หัวปีที่คอยดูแล เสียสละเพื่อน้องๆตลอดมายอมลำบากยอมทุกย่างให้น้องได้เล่าเรียน หลายอย่างที่พี่คนนี้ทำให้ทุกคน แล้วจะเล่าให้ฟังวันหลัง

คนที่นั่งหลังสุดในเรือคือผมเองยังเจ็บเข่าอยู่เลย ผมโดนรถสองแถวชนที่ตลาดพังงา ตอนนั้นฝนตกถนนลื่นผมขับมอเตอร์ไซค์ จะไปนบปริง ตามหลังรถกระบะคันสีขาวที่ยกสูงโฟร์วีล ช่วงถนนช่วงตลาดขวางทางไม่มีฟุตบาท รถกระบะคันนั้นจอด ไฟแดงท้ายรถพอแดงรถก็หยุดผมตามมาเบรคก็ไม่ได้ถนนลื่นเลยแซงขึ้นด้านขวาแต่ห่างไปมากจนออกเลนตรงข้าม สองแถวท้ายเหมืองบรรทุกเหล็กเส้นบนหลังคาหนักมากคอนโทรลไม่อยู่เช่นกันผมหักกลับเข้าซ้าย พอดีปะทะกับสองแถวที่เข่าขวา ล้มแอ้งแม้อยู้ตรงนั้น ขยับตัวจะลุกขึ้น เอทำไมบังคับขาขวาไม่ได้ ก้มดูเห็นแผลตรงเข่าเยินเชียว เห็นลูกสะบ้าด้วยหละ ผมว่าถ้างั้นคงหักแน่แล้ว เลยนั่งเฉยๆให้พลเมืองดียกขึ้นรถไปโรงพยาบาล

คนทั้งหกคน ในเรือลำนั้นวิ่งฝ่าคลื่นอ่อนๆ ออกจากท่าสะพานยาวไปทางทิศใต้ บ่ายหัวเรือไปทางเกาะแห่งนั้น อ้อ ผมยังไม่บอกท่านผู้อ่านทีใช่ไหมครับว่าผมไปทำอะไรที่เกาะแห่งนั้น

ผมเป็นเจ้าพนักงานสุขาภิบาลจบใหม่จากวิทยาลัยการสาธารณสุขภาคใต้ยะลา ได้รับการบรรจุให้เข้าทำงานที่สถานีอนามัยเกาะแห่งนั้น ครับใช่ผมจะไปเป็นหมออนามัย